ประกัน พรบ.

          ประกัน พ.ร.บ. หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 โดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้เจ้าของรถ ที่มีชื่อในเล่มทะเบียนรถยนต์หรือผู้ครอบครองรถในกรณีเป็นผู้เช่าซื้อรถ และต้องต่ออายุในทุก ๆ ปี

          ความสาคัญของประกัน พ.ร.บ. คือ ต้องการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากการใช้รถ โดยไม่สนใจว่าบุคคลนั้นจะเป็นฝ่ายผิด หรือถูก หากเกิดความเสียหายขึ้น    ผู้เสียหายก็จะได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมายได้กาหนดไว้

          นอกจากรถยนต์ที่ต้องทำและต่ออายุประกัน พ.ร.บ.ทุกปี ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ รถบรรทุก ต่างก็ต้องทำ พ.ร.บ. ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งอัตราเบี้ยประกันภาคบังคับ  จะเป็นอัตราเบี้ยคงที่ ไม่มีการเพิ่ม แต่ราคาจะแตกต่างกันไปตามประเภทและขนาดของรถ

เหตุผลในการประกาศใช้กฎหมาย 

          การที่รัฐออกกฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องจัดให้มีประกันภัยอย่างน้อยที่สุด คือ การทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

          1. เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพราะเหตุประสบภัยจากรถ โดยให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที               กรณีบาดเจ็บ หรือช่วยเป็นค่าปลงศพ กรณีเสียชีวิต 

          2. เป็นหลักประกันให้โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลในการรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยจากรถ

          3. เป็นสวัสดิสงเคราะห์ที่รัฐมอบให้แก่ประชาชนผู้ได้รับความเสียหายเพราะเหตุประสบภัยจากรถ

          4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้การประกันภัยเข้ามีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยและครอบครัว

ประเภทรถที่ต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 

          รถที่ต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ. ได้แก่รถทุกชนิดทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหาร เป็นรถที่เจ้าของมีไว้ใช้ ไม่ว่ารถดังกล่าวจะเดินด้วยกาลังเครื่องยนต์ กาลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อเครื่อง รถยนต์โดยสาร รถบรรทุก          หัวรถลากจูง รถพ่วง รถบดถนน รถอีแต๋น ฯลฯ 

          ดังนั้น การที่มีรถบางประเภท กรมการขนส่งทางบกไม่รับจดทะเบียน แต่หากเข้าข่ายว่ารถนั้นเดินด้วยกาลังเครื่องยนต์ กาลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่นแล้วก็จัดเป็นรถที่ต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ. ด้วย

ประเภทรถที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ.

1. รถสำหรับเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท และรถสาหรับผู้สาเร็จราชการ แทนพระองค์

2. รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียน และมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวัง กาหนด

3. รถของกระทรวง ทบวงกรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด สุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และส่วนราชการท้องถิ่นที่เรียกชื่ออย่างอื่น และรถยนต์ทหารตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหาร

4. รถของหน่วยงานธุรการขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานธุรการที่เป็นอิสระขององค์กรใดๆ ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

เบี้ยประกัน พ.ร.บ. รถยนต์

รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน เบี้ยประกัน พ.ร.บ. ราคารวมภาษีและอากร = 645.21 บาท/ปี

รถกระบะน้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน เบี้ย พ.ร.บ. ราคารวมภาษีและอากร = 967.28 บาท/ปี

รถยนต์ที่มีที่นั่งเกิน 7 คน ไม่เกิน 15 ที่นั่ง ราคารวมภาษีและอากร = 1,182.35 บาท/ปี

รายละเอียดความคุ้มครอง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2563
ความคุ้มครอง จำนวนเงินจำกัดความรับผิด
กรณีเสียชีวิต  วงเงินคุ้มครองสูงสุด ไม่เกิน 500,000 บาท/คน
กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
กรณีสูญเสีย มือ แขน เท้า ขา ตาบอด 2 อย่าง/2ข้างขึ้นไป
กรณีทุพพลภาพถาวร (ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานใดๆ ใน อาชีพประจำได้โดยสิ้นเชิงตลอดไป) ไม่เกิน 300,000 บาท/คน
กรณีหูหนวก ไม่เกิน 250,000 บาท/คน
กรณีเป็นใบ้ / สูญเสียความสามารถในการพูด
กรณีลิ้นขาด
กรณีสูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์ / ความสามารถ
กรณีจิตพิการติดตัว
กรณีสูญเสียอวัยวะอื่นใดที่ส่งผลให้การใช้ชีวิตผิดปกติ
กรณีสูญเสีย มือ แขน เท้า ขา ตาบอด 1 ข้าง
กรณีนิ้วขาด (มือ/เท้า) 1 ข้อ ขึ้นไป ไม่เกิน 200,000 บาท/คน
กรณีบาดเจ็บ / สูญเสียอนามัย ไม่เกิน 80,000 บาท/คน
กรณีค่าเสียหายอย่างอื่นที่สามารถเรียกร้องได้ตามมูลละเมิด
กรณีเงินชดเชยรายวัน กรณีเข้ารับการรักษาฐานะผู้ป่วยใน สำหรับผู้ถูกกระทำละเมิด วันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน ไม่เกิน 4,000 บาท/คน

กรณีผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีผู้ใดต้องรับผิดตามกฎหมายจะได้รับเฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่ารักษา พยาบาลไม่เกิน 30,000 บาท และกรณีสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิต 35,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 65,000 บาท เท่านั้น

Scroll to Top